“ปวดตาแตก” แก้อาการนี้ได้ง่ายๆ

ทุกวันนี้เรามักใช้เวลาไปกับคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และหน้าจอโทรทัศน์ มากขึ้นกว่าแต่ก่อน และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ดวงตาของเรารู้สึกไม่สบาย ถ้าหากคุณกำลังรู้สึกว่า ดวงตาของคุณอ่อนล้าบ่อยครั้งเกินไป ลองมาดูหนทางที่จะบรรเทาอาการจากคำแนะนำเหล่านี้

อาการตาล้าคืออะไร?

อาการตาล้าเกิดขึ้นเมื่อดวงตาของคุณอ่อนล้าจากการใช้งานหนัก เช่น ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การอ่านหนังสือ และการขับรถ ถึงแม้ว่าอาการที่รุนแรงนั้นจะพบได้น้อยมากและโดยทั่วไปแล้วก็จะหายเองเมื่อได้พักสายตา แต่ก็มักเป็นอาการที่น่าหงุดหงิด ซึ่งในบางครั้งอาจเกิดจากสภาวะบางอย่างที่ซ่อนอยู่ของดวงตาคุณ โดยสัญญาณและอาการของตาล้าได้แก่:

– ล้า ปวด คัน หรือแสบตา
– เห็นภาพไม่ชัดหรือภาพซ้อน
– ปวดศีรษะ
– น้ำตาคลอ
– ตาแห้ง
– ปวดคอ
– ดวงตาไวต่อแสงมากขึ้น

นอกจากนี้แล้ว คุณยังอาจมีอาการเหนื่อยล้าและขาดสมาธิอีกด้วย
สาเหตุคืออะไร?

สาเหตุที่พบบ่อยของอาการตาล้าได้แก่:

– จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือจอต่างๆ เป็นเวลานาน
– อ่านหนังสือเป็นเวลานาน
– สัมผัสกับแสงจ้าหรือแสงสว่างมากๆ
– ฝืนใช้สายตาในที่มีแสงน้อย

ปัจจุบัน อาการตาล้ามักเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer vision syndrome) ในบางครั้งอาจเกิดจากการกำเริบของภาวะที่ซ่อนอยู่ของดวงตา เช่น ภาวะหักเหแสงของตาผิดปกติ ความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา กิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้สายตามากและ/หรือยาวนาน และความผิดปกติของตา โดยปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของภาวะตาล้า ยังได้แก่ ความเครียด และความเหนื่อยล้า

ฉันจะทำอะไรได้บ้างเพื่อรักษาอาการตาล้า?

ไม่น่าแปลกใจที่การรักษาที่ดีที่สุดของอาการตาล้า คือการป้องกัน และด้วยความคิดแบบพื้นๆ เลยก็คือ การพักเป็นระยะๆ จากการทำงานหนักที่ต้องใช้สายตา ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงานและพฤติกรรมของคุณ ซึ่งต่อไปนี้คือคำแนะนำง่ายๆ เพื่อรักษาและ/หรือป้องกันอาการตาล้าลง:

– ช่วงทำงาน โดยเฉพาะช่วงที่มุ่งมั่นทำงานให้เสร็จ ควรดูให้แน่ใจว่าสภาพแวดล้อมของคุณดีและมีแสงสว่างทั่วถึง

– ถ้าคุณดูโทรทัศน์ ควรเปิดไฟสลัวๆ ไว้สักหน่อย เนื่องจากความแตกต่างของแสงจากจอโทรทัศน์กับห้องที่มืดนั้นอาจทำให้เกิดอาการตาล้าได้

– เมื่ออ่านหนังสือ พยายามให้แสงไฟที่อยู่ด้านหลังคุณส่องให้ตรงกับหน้าหนังสือ หรือถ้าคุณอ่านที่โต๊ะ ให้ใช้โคมไฟแบบมีที่ครอบตั้งตรงหน้าคุณ วิธีเหล่านี้จะช่วยให้แสงตรงไปยังบริเวณที่ต้องการและไม่เข้าสู่ดวงตาของคุณโดยตรง

– พักสายตาเป็นระยะๆ โดยพยายามพักทุก 15 นาที มองไปรอบๆ ห้อง และมองไปไกลๆ และหลับตาสักพัก ตั้งเป้าในการพักสายตา 5 นาทีทุกๆ ชั่วโมง และถ้าหากคุณไม่สามารถพักได้เต็มที่ ควรใช้เวลาไปทำงานอื่นบ้าง เช่น โทรศัพท์ หรือจัดเก็บเอกสาร

– อย่าลืมกระพริบตา เพราะการกระพริบตาจะทำให้ผลิตน้ำตาขึ้นเพื่อช่วยหล่อลื่นและให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา จึงช่วยลดอาการตาแห้งได้

– ถ้าตาคุณแห้งมาก ควรใช้น้ำตาเทียมชนิดปราศจากสารกันเสีย และดื่มน้ำให้เพียงพอ

– ดูให้แน่ใจว่าอุปกรณ์เกี่ยวกับดวงตาของคุณ เช่น แว่นตา และคอนแทคเลนส์ นั้นเหมาะสมสำหรับคุณ

การปฏิบัติตามกฎง่ายๆ เหล่านี้ จะช่วยคุณปกป้องดวงตาจากอาการตาล้า และช่วยเยียวยาได้หากเกิดอาการขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาตาล้าในบางคนอาจต้องได้รับการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งอาจจะแนะนำให้คุณตัดแว่นสำหรับอ่านหนังสือ และ/หรือให้คุณฝึกบริหารดวงตา

ฉันสามารถทำอะไรได้อีกบ้างเพื่อสุขภาพดวงตา?

ในขณะที่ข้างต้นเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการจัดการกับอาการตาล้า แต่ในธรรมชาติก็มีของขวัญพิเศษที่อาจช่วยได้เช่นกัน อย่างบิลเบอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีการใช้มาแต่ดั้งเดิมสำหรับความผิดปกติของดวงตา เช่น อาการตาล้า และโปรดจำไว้ว่า เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ของร่างกายคุณที่ต้องการการนอนหลับพักผ่อน ดวงตาก็เช่นกัน

5 เคล็ดลับป้องกันตาล้าจากการติดจอ

ต่อไปนี้เป็นวิธีการบางส่วนเพื่อป้องกันอาการตาล้าจากการใช้คอมพิวเตอร์:

1.หน้าจอควรอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

วางหน้าจอตรงหน้าคุณ (ห่าง 51-71 เซนติเมตรจากดวงตาหรือประมาณหนึ่งช่วงแขน) ถ้าคุณต้องเพ่งอ่านตัวหนังสือบนจอ ลองปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้น ส่วนบนสุดของจอก็ควรอยู่ในตำแหน่งระดับสายตาหรือต่ำลงมา

2.จัดแสงสว่างอย่างเหมาะสมและให้มีแสงสะท้อนต่ำ

แสงสะท้อนและความสว่างที่มากเกินไปอาจทำให้มองเห็นหน้าจอได้ยากและทำให้ตาล้า วิธีง่ายๆ ในการประเมินแสงสะท้อน คือดูที่หน้าจอขณะที่คอมพิวเตอร์ปิดอยู่ ซึ่งจะทำให้คุณเห็นแสงและภาพสะท้อน โปรดจำไว้ว่าแหล่งของแสงสะท้อนมักมาจากด้านหลังหรือด้านบนของคุณ เช่น แสงแดด หรือแสงไฟฟลูออเรสเซนท์ ขอแนะนำหน้าจอชนิดลดแสงสะท้อนซึ่งอาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

3.รักษาหน้าจอให้สะอาด

ทำความสะอาดฝุ่นออกจากหน้าจอเป็นประจำ เนื่องจากอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับแสงสะท้อนและแสงจ้าได้

4.จัดวางตำแหน่งคีย์บอร์ดให้ถูกต้อง

วางคีย์บอร์ดของคุณตรงด้านหน้าจอ หากวางคีย์บอร์ดออกไปทางด้านข้างหรือวางเอียง ดวงตาของคุณอาจล้าเนื่องจากต้องโฟกัสไปที่ระยะที่แตกต่างจากหน้าจอของคุณ

5. จัดวางเอกสารที่ต้องอ่านไว้ใกล้กัน

ถ้าเป็นไปได้ ควรวางเอกสารที่คุณต้องอ่านบ่อยๆ ไว้บนที่วางเอกสาร จัดที่วางเอกสารให้ถัดจากหน้าจอในมุม ระยะห่างและความสูงแนวเดียวกับที่ดวงตาของคุณดูที่หน้าจอ นี่อาจจะช่วยป้องกันอาการตาล้าได้ ด้วยการช่วยให้ดวงตาของคุณไม่ต้องปรับใหม่อยู่ตลอดเวลา