อันตรายจากการใช้คอนแทคเลนส์

แม้คอนแทคเลนส์จะมีประโยชน์ แต่ก็มีอันตรายมากเช่นกัน เพราะคอนแทคเลนส์นั้นจะต้องสัมผัสกับดวงตาโดยตรง ซึ่งการใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาดและถูกสุขลักษณะอาจก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจร้ายแรงได้

ปัญหาจากคอนแทคเลนส์ การเลือกคอนแทคเลนส์ที่ไม่เหมาะสม หรือการดูแลคอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาดอาจก่อให้เกิดปัญหาได้หลายอย่างเช่น คอนแทคเลนส์ที่มีขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไปกับตาดำจะส่งผลกับกระจกตาและการมองเห็น โดยคอนแทคเลนส์ที่เล็กเกินไปอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตา และก่อให้เกิดปัญหาที่กระจกตาภายหลัง ส่วนคอนแทคเลนส์ที่หลวมเกินไปก็จะทำให้คอนแทคเลนส์เคลื่อนที่ออกจากกระจกตาได้ง่าย ทำให้เสี่ยงต่อการหลุด หรือทัศนวิสัยที่ไม่ดีพอในการมองเห็น

นอกจากนี้ การดูแลรักษาที่ไม่ดีก็อาจทำให้คอนแทคเลนส์กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคสารพัดชนิดที่ก่อให้เกิดอันตรายที่กระจกตา และอาจทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดอีกด้วย และหากเก็บรักษาไม่ดี ก็อาจทำให้คอนแทคเลนส์เสียหายจนไม่สามารถใช้ได้

อันตรายจากการใช้คอนแทคเลนส์
ปัญหาที่เยื่อบุตาและกระจกตา สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น คอนแทคเลนส์ไม่สะอาด หรือคอนแทคเลนส์ที่ใช้ไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการที่ผู้สวมใส่มีอาการแพ้ส่วนประกอบของคอนแทคเลนส์ โดยอาการที่มักพบได้มีดังนี้

  • เยื่อบุตาอักเสบเนื่องจากอาการแพ้ อาการแพ้สารประกอบ หรือสารที่ใช้กับคอนแทคเลนส์ทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบได้ โดยเฉพาะสารทิโอเมซอล (Thiomersal) สารกันบูดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลคอนแทคเลนส์ โดยอาการที่มักพบได้คือ ตาแดง ปวดแสบปวดร้อน และมีอาการคัน ซึ่งมักวินิจฉัยได้ยากเพราะอาการจะเกิดขึ้นเพียงช่วงแรกที่ใช้ ในการรักษาผู้ป่วยจะต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ดูแลคอนแทคเลนส์ที่มีส่วนประกอบของสารดังกล่าว
  • โรคภูมิแพ้จากการใช้คอนแทคเลนส์ (Giant Papillary Conjunctivitis) เป็นการแพ้คอนแทคเลนส์ที่มีอาการชัดเจน ซึ่งอาจมีสาเหตุเกิดจากการแพ้คอนแทคเลนส์หรือสารประกอบที่ใช้ในการดูแลคอนแทคเลนส์ อาการที่มักพบคือจะมีตุ่มขึ้นบริเวณด้านหลังของเปลือกตา และตาแดง โดยตุ่มที่ขึ้นจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองเรื้อรัง ในการรักษาอาจจะต้องหยุดใช้คอนแทคเลนส์จนกว่าอาการจะดีขึ้น หรือใช้คอนแทคเลนส์เท่าที่จำเป็น ควบคู่กับการใช้ยาแก้แพ้ชนิดหยดเพื่อรักษาอาการ ทว่ายาชนิดนี้ไม่ควรใช้กับคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม
  • เยื่อบุตาอักเสบเนื่องจากสารเคมี (Toxic Conjunctivitis) เกิดจากการแพ้สารประกอบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลคอนแทคเลนส์ เมื่อคอนแทคเลนส์ดูดซึมสารเหล่านี้เข้าไปจึงทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับสารจนเกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ การไม่ล้างมือให้สะอาดก่อนใส่คอนแทคเลนส์จะทำให้สารเคมีที่อยู่บนมือติดที่คอนแทคเลนส์ได้เช่นกัน อาการที่พบได้จากการแพ้ชนิดนี้คือ กระจกตาถลอก หรืออาการอักเสบที่ผิวกระจกจตา จนต้องหยุดใช้คอนแทคเลนส์โดยสิ้นเชิงชั่วคราวเพื่อรักษา และอาจต้องใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ระยะสั้น ๆ ในกรณีที่มีอาการรุนแรง
  • แผลอักเสบที่กระจกตา (Superficial Punctate Keratitis) เป็นอาการที่เกิดขึ้นการอาการตาแห้ง ซึ่งมีสาเหตุมาจากมลพิษ การอยู่ในห้องที่อากาศแห้ง หรือการใช้ยาบางชนิด โดยอาการที่เห็นได้ชัดคือจะเกิดแผลเล็ก ๆ บริเวณด้านล่างของกระจกตา ซึ่งจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ชัด จะต้องใช้กล้องตรวจตา หรือแสงสีฟ้าส่องจึงจะเห็น แผลอักเสบนี้จะนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ เช่น คอนแทคเลนส์ฉีกขาด รู้สึกเจ็บเวลาสวมคอนแทคเลนส์
  • อาการเลนส์คับแเน่น (Tight Lenses Syndrome) มักพบในผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง การสวมใส่ติดต่อกันนาน ๆ จะทำให้คอนแทคเลนส์ติดแน่นกับกระจกตา เป็นสาเหตุให้ผู้สวมใส่กระพริบตาได้น้อยลง อาการที่อาจพบได้คือ กระจกตาบวมน้ำ และจะเห็นได้ชัดที่บริเวณ 3 และ 9 นาฬิกา เปลือกตาอักเสบ หรือมีเส้นเลือดเล็ก ๆ เกิดขึ้นใหม่ที่บริเวณตา หากไม่ได้รับการรักษาที่ดีก็จะทำให้หลับตาได้ไม่สนิท ต่อมน้ำตาทำงานผิดปกติ และกระจกตาแห้ง วิธีการป้องกันคือการใช้น้ำตาเทียมเพื่อหล่อลื่นคอนแทคเลนส์
  • กระจกตาขาดออกซิเจน (Corneal hypoxia) ผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะกระจกตาขาดออกซิเจนได้ เนื่องจากคอนแทคเลนส์จะทำให้ออกซิเจนที่บริเวณกระจกตาลดลง และทำให้กระจกตาเป็นแผลและอาจทำให้เลือดออกในกระจกตา และสูญเสียการมองเห็นได้ ในการรักษาผู้ป่วยจะต้องหยุดใส่คอนแทคเลนส์ และรักษาแผลที่กระจกตาให้หายจึงจะสามารถกลับมาใส่คอนแทคเลนส์ได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ด้วย
  • กระจกตาอักเสบเนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย (Microbial Keratitis) ถือเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะอาจทำให้ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ตาบอดได้ พบได้บ่อยให้ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม และผู้ที่ชอบใส่คอนแทคเลนส์ขณะนอนหลับ การติดเชื้อนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ตกค้างอยู่ภายในคอนแทคเลนส์ เมื่อกระจกตาสัมผัสกับเลนส์ที่ติดเชื้อ จะทำให้เกิดอาการเจ็บตา ตาแฉะ ตาแดง ตาไม่สู้แสง และระคายเคือง ซึ่งหากเกิดอาการ แพทย์จะให้หยุดใส่คอนแทคเลนส์ชั่วคราวและทำการรักษาจนกว่าจะหายเป็น
    ปกติ


นอกจากนี้ การใส่คอนแทคเลนส์โดยไม่ระมัดระวังยังทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสอันตราย เช่น เริม และเชื้อไวรัสอะดีโน (Adenovirus) แต่ก็เกิดขึ้นได้น้อยหากไม่ใช้คอนแทคเลนส์ร่วมกับผู้อื่น