อันตราย!! จากการจ้องหน้าจอนาน

อันตราย!! จากการจ้องหน้าจอนาน 

“ปัจจุบัน ยุคสังคมออนไลน์ใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเยอะมากเป็นเวลานานด้วย ท าให้เกิดการใช้สายตามากเกินไป ท าให้เกิด
ปัญหาขึ้นตามมา คืออาการcomputer vision syndrome ยิ่งคนใช้มือถือ จะดูตัวหนังสือที่แสดงในจอมีขนาดเล็ก คนที่สูงอายุ ที่มอง
ใกล้ไม่ชัด ต้องเพ่งจอ ยิ่งเพ่งมากๆท าให้ปวดศีรษะ มีอาการเมื่อยล้าจากการใช้สายตาได้หากคนเมาอ่านหนังสือ จ้องจอคอมพิวเตอร์ จะ
กระพริบตาน้อยลง กระพริบตาน้อย น้ าตาก็ระเหยออกไปเยอะ” ทุกวันนี้ คนใช้เทคโนโลยี และ ไอทีกันมากมาย…จนลืมห่วงใยสุขภาพ มีผล
ส ารวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2557 โดยส่วนงานดัชนีและส ารวจ ส านักยุทธศาสตร์ ส านักงานพัฒนาธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) สังกัดกระทรวงไอซีที รายงานว่า ค่าเฉลี่ยของการใช้อินเตอร์เน็ตและระบบการสื่อสารออนไลน์ต่อสัปดาห์
ของคนไทยอยู่ที่ 50.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือเฉลี่ยประมาณ 7.2 ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มขึ้น 2.6 ชั่วโมงต่อวันจากปี 2556 ที่พบว่าคนไทยใช้ชีวิต
ติดจออยู่ที่ประมาณ 4.6 ชั่วโมงต่อวัน แน่นอนส่งผลของสายตาด้วย https://gclubcrown.com

“ การจ้องคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตนานเกินไป จะเกิดปัญหาต่างๆตามมาโดยเฉพาะสุขภาพตา”
โรคที่เกิดจากการใช้คอม และอุปกรณ์ไอทีทั้งหลายเช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เป็นเวลานานมากเกินไป จะมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้
อาเจียน สายตาพร่ามัว มีอาการเมื่อยคอ ปวดหลัง ปวดแขน ปวดไหล่ ข้อเท้าเสื่อม หากมีอาการแบบนี้จาก การที่เราจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน
แล้วเกิดอาการดังกล่าวข้างต้น แสดงว่าคุณเป็น computer vision syndrome แล้ว

วิธีป้องกันอาการ computer vision syndrome
ต้องปรับนิสัยการใช้สายตาหมั่นพักผ่อนสายตาทุกๆ 15 นาที ด้วยการมองไปไกลๆ หากรู้สึกตาเมื่อยล้า อย่าขยี้ตา ให้นวดคลึงเบาๆ การเอี้ยว
ตัวไปรับโทรศัพท์ และการมองลงขณะใช้คอมฯจะช่วยให้สายตาใช้งานไม่หนักมาก อาจใช้น้ าตาเทียมช่วย ดื่มน้ าวันละ 8-10 แก้ว หลับ
พักผ่อนไม่น้อยกว่าวันละ 7 ชม.จัดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะแก่การท างาน เช่น วางคอมพิวเตอร์ห่างจากสายตา 20-26 นิ้ว วางคีย์บอร์ด
เม้าส์ให้อยู่ต่ ากว่าศอก แสงไฟไม่ควรส่องจากด้านหลัง ไม่ส่องเข้าหาจอ ปรับหน้าจอให้สว่างเท่ากับความสว่างของห้อง ปรับความถี่ของ
คอมพิวเตอร์ในระดับ 70-80 เฮิรตช์ หรือสูงสุดเท่าที่ผู้ใช้รู้สึกสายตา