ทหารกองบิน1ลงแขกช่วยชาวนาเกี่ยวข้าว

วันที่ 10 พ.ย.59 นาวาอากาศเอก วชิระพล เมืองน้อย ผู้บังคับการกองบิน1 นครราชสีมา ได้นำกำลังพลทหารอากาศกองบิน1 จำนวนกว่า 50 นาย ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือชาวนาที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากนาข้าวที่ถูกน้ำท่วม กำลังพลทั้งหมดได้นำเครื่องสูบน้ำไปสูบน้ำที่ท่วมขังออกจากนาข้าว และช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าวให้กับชาวนาหลายรายในพื้นที่บ้านน้ำฉ่าสายชล ตำบลโป่งแดง อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งพื้นที่นาหลายสิบไร่ได้ถูกน้ำไหลเอ่อเข้าท่วมนาข้าวมานานเกือบ 1 สัปดาห์ ทำให้ต้นข้าวที่ออกรวงโตเต็มที่จมน้ำและใกล้เน่า พร้อมกันนี้ทางกองบิน1 นครราชสีมา ยังได้รับซื้อผลผลิตข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวทั้งหมดในราคากิโลกรัมละ 7 บาทจากชาวนาอีกด้วยทหารกองบิน1ลงแขกช่วยชาวนาเกี่ยวข้าว

นายทองใบ โนนขุนทด อายุ 62 ปี หนึ่งในชาวนาที่นาข้าวถูกน้ำท่วม เปิดเผยว่า นาข้าวของตนที่ปลูกข้าวไว้จำนวน 5 ไร่ กำลังออกรวงโตเต็มที่ แต่ก็มาถูกน้ำท่วมมานานเกือบ 1 สัปดาห์ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่ตนต้องเร่งสูบน้ำที่ท่วมออกจากนาข้าว ตนรู้สึกดีใจมากที่ทหารเข้ามาช่วยชาวนาแบบนี้ ส่วนผลผลิตข้าวเปลือกทั้งหมดตนก็จะขายให้กับทหารที่ยินดีรับซื้อข้าวเปลือกในราคากิโลกรัมละ 7 บาท

พ.อ.ณรงค์ วิชญาณวรวุฒิ รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่3 กองทัพภาคที่2 นำกำลังพลทหารในสังกัด ภายใต้การอำนวยการของ พลตรีสมชาติ แน่นอุดร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่3 ออกให้บริการเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในพื้นที่บ้านเหมืองตะโก หมู่ที่6 ต.อรพิมพ์ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เพื่อช่วยเหลือชาวนาในห้วงที่ราคาข้าเปลือกกำลังตกต่ำเป็นประวัติการณ์ตามนโยบายของกองทัพบก

โดยทางหน่วยทหารจากกองพลทหารราบที่3 ได้รับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในพื้นที่ในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดปัจจุบัน ที่ราคากิโลกรัมละ 10 บาท และนำไปสีกับโรงสีชุมชนภายในพื้นที่เพื่อนำไปบรรจุใส่ผลิตภัณฑ์ไปใช้ในกิจการทางทหารและจำหน่ายยังร้านค้าสวัสดิการภายในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่2 เบื้องต้นเริ่มต้นรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาในชุดแรกจำนวน 5 ตัน พร้อมกันนี้ยังได้ออกตรวจเยี่ยมโรงสีบริเวณใกล้เคียงและขอความร่วมมือให้ทางโรงสีช่วยเหลือชาวนาด้วยการรับบริการสีข้าวราคาถูก ในช่วงที่ชาวนากำลังประสบกับปัญหาข้าวราคาตกต่ำอีกทางหนึ่ง หากการดำเนินการในครั้งนี้ได้ผลดีก็จะพิจารณาขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือชาวนาในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปด้วยทหารกองบิน1ลงแขกช่วยชาวนาเกี่ยวข้าว
ทหารอากาศกองบิน1โคราชระดมกำลังลงแขกเกี่ยวข้าวช่วยชาวนาที่ถูกน้ำท่วมนาข้าว พร้อมรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาราคากิโลกรัมละ7บาท

กงสุลจีน จ.ขอนแก่น ทุ่ม 5 แสน รับซื้อข้าวสารช่วยชาวนา แจกคนด้อยโอกาส

มิตรภาพ!! สถานกงสุลจีน ประจำ จ.ขอนแก่น เสนองบประมาณช่วยซื้อข้าวสารจากชาวนาในขอนแก่น ในวงเงิน 5 แสนบาท ในงานเปิดตลาดค้าข้าวในถนนคนเดิน 12 พ.ย. นี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง…

กงสุลจีน จ.ขอนแก่น ทุ่ม 5 แสน รับซื้อข้าวสารช่วยชาวนา แจกคนด้อยโอกาส

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 พ.ย. 59 นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เปิดเผยว่า นายหลี่ หมิง กัง กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย ณ จังหวัดขอนแก่น ได้เข้าหารือเพื่อสานความสัมพันธ์ร่วมระหว่างหน่วยงานกว่า 1 ชั่วโมง ทั้ง 2 ฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกันในหลายประเด็น โดยสถานกงสุลจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น ได้เสนองบประมาณในการสนับสนุนทางด้านเศรษฐกิจ ด้วยงบประมาณ 500,000 บาท การซื้อข้าวกับชาวนาที่นำมาจำหน่ายในถนนคนเดินขอนแก่น ในวันที่ 12 พ.ย. 59 นี้ เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไทย และชาวนาในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งกงสุลใหญ่จีน เห็นชอบและยินดีให้การสนับสนุน

“วันรับซื้อข้าวชาวนาตามการช่วยเหลือ และดำเนินงานร่วมกันระหว่าง เทศบาลนครขอนแก่น กับกงสุลใหญ่จีน คือการรับซื้อข้าวของกลุ่มเกษตรชาวนาขอนแก่น ซึ่งได้กำหนดให้มีการเปิดตลาดค้าข้าวในถนนคนเดิน ในวันเสาร์ที่ 12 พ.ย. ที่จะถึงนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ และสนับสนุนให้เกษตรกรได้ขายข้าวด้วยตนเอง ทั้งยังคงเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างแท้จริง” นายกเทศมนตรีขอนแก่น กล่าว

นายธีระศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีเกษตรกรมาติดต่อเพื่อจำหน่ายข้าวสารในถนนคนเดินขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่อำเภอต่างๆ ของ จ.ขอนแก่น โดยข้าวสารที่นำมาจำหน่ายนั้น เป็นข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียว ที่ผ่านการสีข้าวและพร้อมจำหน่าย ส่วนราคาจำหน่ายจะมีการหารือกันอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นราคาที่เป็นไปตามท้องตลาดทั่วไป ขณะข้าวสารที่สถานกงสุลใหญ่จีนรับซื้อไปนั้นเทศบาลฯ จะร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ฯ และผู้นำ 24 องค์กรจีน ในเขต จ.ขอนแก่น จัดกิจกรรมมอบข้าวสารให้กับคนจน หรือผู้ด้อยโอกาส เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวันที่ 1 ธ.ค. 59 ซึ่งตรงกับวันบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณลานหน้าสวนไห บึงแก่นนคร ด้านหน้าสถานกงสุลใหญ่ฯ จีน ณ จังหวัดขอนแก่น.

ชาวนาสุดระทม โรงสีไม่รับซื้อข้าวเกี่ยวสด อ้างความชื้นสูง

วันที่ 31 ต.ค.59 ชาวนาบ้านโคกกลาง ต.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนหนัก เนื่องจากโรงสีไม่รับซื้อข้าวเปลือกเกี่ยวสดที่ชาวนาขนใส่รถไปรอขาย โดยอ้างว่ามีความชื้นสูง ทำให้ชาวนาต้องขนข้าวเปลือกกลับบ้านเพื่อนำมาตากให้แห้ง แล้วนำกลับไปขายใหม่อีกรอบ แต่หากถูกปฏิเสธไม่รับซื้อหรือได้ราคาต่ำมากจนเกินไปก็จะเก็บไว้บริโภคเพราะไม่มีทาง

เลือกชาวนาสุดระทม โรงสีไม่รับซื้อข้าวเกี่ยวสด อ้างความชื้นสูงขณะที่ชาวนาบางรายก็ชะลอนำไปข้าวเปลือกไปขาย เพราะได้ราคาต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5 – 6 บาท หรือตันละ 5 – 6 พันบาทเท่านั้นซึ่งไม่อยู่ที่จุดคุ้มทุน จึงตัดสินใจตากข้าวเก็บใส่ยุ้งไว้ก่อนเพื่อรอความหวังจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรีจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางพยุงราคาข้าวไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 10 – 15 บาท แทนการให้สินเชื่อมากกว่าเพราะจะเป็นการสร้างภาระหนี้สินให้กับชาวนาเพิ่มอีก เพราะเดิมก็มีหนี้สินจากการกู้ยืมไปลงทุนทำนาอยู่แล้ว ยังไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้หากขายข้าวได้ราคาตกต่ำแบบนี้ จึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางช่วยเหลือด้วย

นายทองอิ่ม เดิมทำรัมย์ กล่าวว่า ปีนี้ครอบครัวได้ทำนาทั้งหมด 36 ไร่เบื้องต้นตั้งใจจะเกี่ยวข้าวสดไปขาย 4 ตัน เพื่อจ่ายค่ารถเกี่ยว และเก็บไว้ใช้จ่ายในครอบครัวแต่กลับถูกโรงสีปฏิเสธไม่รับซื้อโดยอ้างว่าข้าวเกี่ยวสดมีความชื้นสูง จึงต้องขนข้าวกลับมาตากที่บ้านแต่ก็ยังไม่รู้ว่าหากตากแห้งแล้ว นำไปขายจะได้กิโลกรัมละกี่บาท เพราะขณะนี้ในพื้นที่รับซื้อเพียงกิโลกรัมละ 5 – 6 บาทเท่านั้น จึงอยากร้องขอให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางช่วยเหลือโดยการพยุงราคาข้าวให้สูงขึ้น หากเป็นไปได้ก็อยากให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 15 บาท จึงจะมีเงินเพียงพอใช้หนี้ ธกส.

นางนิตยา จันทร์รัตน์ กล่าวว่า ปีนี้ได้ผลผลิตข้าวดีมากแต่เมื่อนำไปขายกลับได้เพียงกิโลกรัมละ 6 บาท จึงตัดสินใจชะลอยังไม่ขาย เพื่อรอดูมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลก่อน แต่ส่วนตัวชาวนาก็อยากให้รัฐบาลพยุงราคาข้าวไม่ให้ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 10 บาทมากกว่าที่จะให้สินเชื่อ เพราะจะเป็นการสร้างภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นอีก แต่หากจะช่วยเหลือเป็นโครงการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวหรือ (จำนำยุ้งฉาง) นั้น ก็ไม่ควรต่ำกว่าตันละ 12,000 บาท และควรจะให้ครอบคลุมทุกราย